Thi Eng
 
หน้าแรก รู้จัก รพส. มก.หัวหิน พบคุณหมอ บริการ รพส. มก.หัวหินออนไลน์ ข่าวสารกิจกรรม ติดต่อ รพส. มก.หัวหิน
เวลาเปิดทำการ
จันทร์-พฤหัส 08:30-16:00 น
ศุกร์ 08:30-11:30 น
เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ 08:30-16:00 น.
คลินิกนอกเวลาราชการ 17:00-19:30 น
Business Hours
Monday-Thursday 08:30-16:00
Friday 08:30-11:30
Saturday-Sunday and Holiday 08:30-16:00
Every Evening 17:00-19:30
 

 


ก้อนเนื้อตามตัว  
 

ตุ่ม ก้อนเนื้อ ก้อนบวม ตามตัว ตามผิวหนัง (tumor, mass)หรือบริเวณอื่นใด
ในร่างกายนั้นเป็นความผิดปกติที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยงสามารถพบได้ทุก
ช่วงอายุ เพศและพันธุ์ มีสาเหตุของการเกิดที่หลากหลาย ทั้งไม่รุนแรงและ
มีความรุนแรงสูง มีหลายรูปแบบที่สามารถพบเจอได้ เช่น
วงแดงอักเสบไม่นูน(erythrematous macule),ก้อนนูนต่ำ (plaque)
ก้อนนูนบวม
(nodule),ก้อนถุงน้ำ (cystic nodule) ก้อนที่ขอบผิวหนัง แตกปะทุ
(ulcerated nodule) เป็นต้น หรือแม้แต่เป็นอวัยวะ บางอย่างที่มีความ
ผิดปกติ
จนสามารถ คลำเจอ ได้เช่น ต่อมน้ำเหลือง (lymph node) , ต่อมไทรอยด
(thyroid) เป็นต้น

วิธีการรักษา
 

สัตวแพทย์จะอาศัยการตรวจร่างกายภายนอก ซักประวัติอาการ และการตรวจสอบทางพยาธิวิทยา เพื่อวินิจฉัยและเลือกวิธีรักษา โดยการตรวจสอบทางพยาธิวิทยาของก้อนเนื้อจะใช้ 2 วิธีหลักๆ ได้แก่
1. การตรวจทางเซลล์วิทยา (Cytology) เป็นการเก็บตัวอย่างเซลล์ เพื่อวินิจฉัยด้วยกล้องจุลทรรศน์ เช่นการใช้ใบมีดสะอาดขูดผิวที่แตกของก้อนเนื้อ,
การใช้เข็มเจาะเพื่อ เก็บตัวอย่าง เซลล์ในก้อนเนื้อ, การใช้แผ่นสไลด ์ประกบปากแผล เป็นต้น ซึ่งการเลือกวิธีเก็บต่างๆขึ้นอยู่กับลักษณะก้อนเนื้อและดุล
พินิจของสัตวแพทย์ การเก็บตัวอย่างวิธีนี้มีความรุนแรงกับตัวสัตว์น้อยกว่า
ไม่ต้องวางยาสลบ ได้ผลเร็วภายใน 3-7 วัน แต่ให้รายละเอียด และความแม่นยำน้อยกว่า เพราะสามารถตรวจสอบได้แต่ชนิดเซลล์ แต่ไม่ทราบข้อมูลการจัดเรียงตัว ของเนื้อเยื่ออย่างละเอียด
2. การตรวจทางจุลพยาธิวิทยา (Histopathology) เป็นการเก็บ
ตัวอย่างชิ้นเนื้อ เพื่อวินิจฉัยด้วยกล้องจุลทรรศน์ วิธีนี้ให้ความแม่นยำสูง เพราะสามารถตรวจสอบได้ทั้งชนิดเซลล์ และการจัดเรียงตัวของเนื้อเยื่อ แต่วิธีเก็บตัวอย่างมีความรุนแรงกับตัวสัตว์มากกว่า ต้องวางยาสลบ
เพื่อผ่าตัดเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ (biopsy) และรอผลประมาณ 2 สัปดาห์
ทั้งนี้ ในกรณีที่ก้อนเนื้อสามารถผ่าตัดออกได้หมด ไม่ลุกลามยึดติด กับเนื้อเยื่อส่วนลึกถือว่าเป็นการผ่าตัดเพื่อการรักษาและการวินิจฉัยใน
คราวเดียว (ผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออกและส่งตรวจชิ้นเนื้อด้วย ทั้งนี้ขึ้นกับ
ผลชิ้นเนื้อ ด้วยว่าต้องการการรักษาเพิ่มเติมร่วมกับการผ่าตัดด้วยหรือไม่)

ความผิดปกติของก้อนเนื้อ  
 

1. เนื้อเยื่อที่มีการแบ่งตัวมากกว่าปกติ (Hyperplasia) เกิดจากเนื้อเยื่อที่ได้รับการกระตุ้นจากกระบวนการอักเสบ หรือฮอร์โมนที่ผิดปกติ ส่วนมากมีความรุนแรงต่ำ ขึ้นกับสภาวะอื่นๆที่ทำให้เกิดความผิดปกติด้วย
เช่น ต่อมน้ำเหลืองแบ่งตัวมากกว่าปกติ (Lymphoid hyperplasia) เป็นต้น


2. การอักเสบ (Inflammation) เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
- การติดเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อรา โปรโตซัว ไวรัส เป็นต้น
- การเกิดเนื้อตายจากการกระทบกระแทก สารเคมี ความร้อน เป็นต้น
- กระบวนการทางภูมิคุ้มกัน เช่น ภูมิไวเกิน การอักเสบบริเวณที่ฉีดวัคซีน เป็นต้น ซึ่งลักษณะการอักเสบจำแนกทางเซลล์วิทยาจะสามารถช่วยบ่งชี้ถึงสาเหตุต่างๆได้ เช่น
- การอักเสบแบบหนองหรือฝี (Purulent inflammation) มักเกิดจาก
เชื้อแบคทีเรียหรือภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือกลุ่มเนื้อตาย เป็นต้น
- การอักเสบแบบแกรนูโลม่า (Granulomatous inflammation)
มักเกิดจากเชื้อราหรือสิ่งแปลกปลอม (foreign body) หรือการติดเชื้อแบคทีเรียอาศัยในเซลล์บางชนิด (Intracellular bacteria)
- การอักเสบแบบอีโอสิโนฟิล (Eosinophilic inflammation)
มักเกิดจากเชื้อรา ภูมิแพ้ พยาธิ ภูมิคุ้มกันผิดปกติ มะเร็งชนิดมาสท์
เซลล์ (Mast cell tumor) เป็นต้น
- การอักเสบแบบลิมโฟไซท์ พลาสมาเซลล์ (Lymphocytic-Plamacytic
inflammation) มักเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ

3. เนื้องอก (Neoplasia) สามารถแบ่งเป็น เนื้องอกธรรมดา และเนื้องอกมะเร็ง
- เนื้องอกธรรมดา (Bening neoplasia) เป็นเนื้องอกที่มีการลุกลาม
ไปเนื้อเยื่อข้างเคียงหรือการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆผ่านระบบเลือด
และระบบน้ำเหลืองต่ำ การรักษาส่วนมากจะใช้วิธีผ่าตัดออก หรือแค่สังเกต
อาการในกรณีที่การผ่าตัดมีความเสี่ยง เนื้องอกชนิดนี้โอกาสเกิดขึ้นซ้ำมีน้อย
- เนื้องอกมะเร็ง (Malignant neoplasia) เป็นเนื้องอกที่มีการลุกลาม
ไปเนื้อเยื่อข้างเคียง หรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ หรือต่อมน้ำเหลืองสูง หรือส่งผลข้างเคียงจากการหลั่งสารบางอย่างในร่างกายสูงผิดปกติ
ซึ่งพฤติกรรมความรุนแรงและการรักษารวมถึงการพยากรณ์โรคของมะเร็ง
นั้นขึ้นอยู่กับชนิดมะเร็ง เช่น มะเร็งบางชนิดต้องผ่าตัดออกเท่านั้นเพราะไม่
ตอบสนองกับเคมีบำบัด บางชนิดตอบสนองกับเคมีบำบัด ได้ดีหรือบางชนิด
ต้องใช้การผ่าตัดควบคู่กับเคมีบำบัด หรือวิธีอื่นๆ เช่น การฉายรังสีบำบัด เป็นต้น และโดยส่วนมากมะเร็งสามารถกลับมาเป็นใหม่ได้หลังการรักษา หรือหากแพร่กระจาย
ลุกลามไปทั่วแล้ว อาจไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้


4. ถุงน้ำ (Cystic mass) เกิดจากต่อมที่ผลิตสารคัดหลั่งต่างๆสร้าง
มากผิดปกติ ลักษณะจะนิ่มๆ เพราะมีของเหลวอยู่ข้างใน กลุ่มนี้มักไม่อันตราย


5. การตอบสนองเมื่อเนื้อเยื่อบาดเจ็บ (Response to tissue injury) เช่นห้อเลือด
(hematoma), ถุงน้ำเหลืองใต้ผิวหนัง (seroma), ศอกบวมจากการกระทบกระแทก
(hygroma), ท่อน้ำลายแตกอักเสบ (sialocoel) เป็นต้น มักเกิดจากการกระทบ
กระแทก หรือการอักเสบหลังผ่าตัดบริเวณแผลเนื่องจากการ ตรวจลักษณะก้อน เนื้อเพียงภายนอกนั้นไม่สามารถจำแนกชนิดได้อย่างแม่นยำ และถ้าเป็นกรณีของ
เนื้องอกมะเร็งนั้น ระยะแรกอาจเป็นเพียงก้อนนูนต่ำเล็กๆ หรือรอยอักเสบแดงก็ได้ ซึ่งจะคล้ายกับการอักเสบธรรมดาและหากปล่อยไว้นานจนลุกลาม ก็อาจจะรักษาให้หายขาดได้ยากดังนั้นจึงสำคัญอย่างมากที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรหมั่นตรวจสอบ
ความผิดปกติของน้องๆสัตว์เลี้ยง และรีบนำมาตรวจ และรับการรักษาอย่างทันท่วงที
พร้อมให้ข้อมูลที่สำคัญกับสัตวแพทย์ ได้แก่ ระยะเวลาพี่เริ่มพบก้อนเนื้อ จำนวน
ก้อนเนื้อที่พบ ลักษณะการดำเนินไปของก้อนเนื้อ เช่น ใหญ่ขึ้นเร็วหรือไม่ เคยแตก
ปะทุก่อนหรือไม่กลับมาเป็นซ้ำๆอีกหรือไม่มีเลือดหรือหนองไหลซึมออกหรือไม่บริเวณ
นั้นเคยมีอุบัติเหตุหรือได้รับการฉีดยามาก่อนหรือไม่ เคยรักษา ด้วยยาหรือการผ่าตัด
มาก่อนหรือไม่ มีอาการเจ็บ คัน อักเสบ รอบๆหรือไม่ มีอาการทางระบบอื่นๆ เช่น ซึม
เบื่ออาหารอาเจียน ร่วมด้วยหรือไม่ เป็นต้นส่วนก้อนเนื้อของอวัยวะภายในนั้น เจ้าของ
อาจสังเกตได้ยาก สิ่งที่สังเกตได้เช่นท้องบวม ท้องกาง มีอาการผิดปกติ เช่น ซึม
เบื่ออาหาร หรือ อาเจียน ท้องเสีย ซึ่งขึ้นกับอวัยวะที่มีผลกระทบ ในกรณีนี้สัตวแพทย
์อาจต้องวินิจฉัยด้วยการเอกซ์เรย์ หรืออัลตร้าซาวด์ยืนยัน

     
     
     
 
ถนนเพชรเกษม ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77110
โทรศัพท์ 032-527605 - 8 โทรสาร 032-527595 เฟสบุ๊ค :vetkuhospital