Thi Eng
 
หน้าแรก รู้จัก รพส. มก.หัวหิน พบคุณหมอ บริการ รพส. มก.หัวหินออนไลน์ ข่าวสารกิจกรรม ติดต่อ รพส. มก.หัวหิน


สมัครรับข่าวสาร
ยกเลิกรับข่าวสาร

การเลี้ยงดูลูกแมวแรกคลอด

หลายท่านกำลังประสบปัญาหาเมื่อแม่แมวที่บ้าน
คลอดลูก, แม่แมวไม่ยอมเลี้ยงลูกเอง หรือเก็บลูกแมว
กำพร้าได้ ว่าจะต้องทำยังไง ป้อนนมยังไง เลี้ยงดูยังไงให้ลูกแมวนั้นๆเติบโตเป็นเจ้าแมวเหมียว
ที่น่ารัก แสนซนต่อไป บทความนี้
จะรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการ
เลี้ยงดูลูกแมวแรกคลอดสำหรับแม่แมวจำเป็น
ที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูเจ้าแมวเหมียวเอาไว้ค่ะ

ลูกแมวในช่วงอายุ 1 สัปดาห์แรก จะเป็นช่วงที่ลูกแมวอ่อนแอมาก และเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับ
การดูแลเอาใจใส่อย่างมาก ช่วงเวลาในแต่ละวันของลูกแมวนั้น 90% จะเป็นเวลาของการนอนซะเป็นส่วนใหญ่
ส่วนอีก 10% ที่เหลือก็จะเป็นช่วงเวลาของการกิน การเลี้ยงดูลูกแมวจะต้องมีตารางประจำวันในการให้อาหาร
การขับถ่าย การเล่นที่เหมาะสม โดยต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีลูกแมวที่สุขภาพดีจะมีร่างกายที่จ้ำม่ำแข็งแรง
มีชีวิตชีวา หลับนาน ร้องเก่งเมื่อหิวเมื่อถูกกระตุ้นโดยการเลียของแม่แมวมันจะพยายามส่ายหัวหาเต้านมแม่
พร้อทั้งมีขาหน้าและขาหลังที่แข็งแรงในการพยุงตัวเพื่อยึดที่ในการดูดนมแม่ ลูกแมวที่สุขภาพไม่ดีจะมีกล้ามเนื้อ
ที่ไม่สมบูรณ์จะร้องบ่อยถ้าไม่ช่วยเหลือจะอ่อนแอ ซึมเศร้า เฉื่อยชาไม่ยอมกินนมเอง หรือพยายามกินแต่ก็ปล่อย
หัวนมอย่างรวดเร็ว หรือเมื่อพยายามช่วยจับหัวไปจ่อที่หัวนมแม่แมวมันไม่ยอมดูดนม และถ้าเจ้าไม่ทราบวิธี
ป้อนนมที่ถูกวิธี มันก็ค่อยๆตายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือ 2-3 วัน ลูกแมวที่สมบูรณ์ควรมีน้ำหนักแรกเกิด
ประมาณ90-100 กรัม และน้ำหนักควรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าใน 1 สัปดาห์ และจะเพิ่มขึ้นอีก 30 กรัมต่อวันถึงจะเป็น
แมวที่มีสุขภาพแข็งแรง

   

การดูแลทางด้านโภชนาการ
สำหรับลูกแมวแรกเกิดนั้นปริมาณไขมันที่สะสมในบริเวณชั้นใต้ผิวหนังจะมีเพียงเล็กน้อยดังนั้นการให้อาหาร
ลูกแมวจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้บ่อย ๆ เพื่อเป็นการรักษาระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และให้พลังงานแก่
ลูกแมวอย่างเพียงพอ เนื่องจากในลูกแมวแรกเกิดการทำงานของไตยังไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น
อาหารที่ให้ควรเป็นสูตรที่เหมาะสมกับลูกแมวเพื่อลดการทำงานของไต การแบ่งอาหารเป็นหลาย ๆ มื้อใน 1 วัน
สำหรับลูกแมวก็จะเป็นการช่วยลดการทำงานที่หนักเกินไปของไต และระบบทางเดินอาหาร ส่วนน้ำนมวัว
หรือนมที่มีส่วนประกอบของนมวัวไม่เหมาะสมกับลูกแมวแรกเกิดด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ปริมาณ
ของแคลเซียม ฟอสฟอรัส และปริมาณของแลคโตส มีระดับที่สูงเกินความต้องการของลูกแมวแรกเกิด ระดับของ
พลังงาน ไขมัน และโปรตีน ในน้ำนมวัว มีระดับที่ต่ำเกินไป ไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกแมว

ใน 24-28 ชั่วโมงแรก: ลูกแมวต้องการนม 1 c.c.
ต่อชั่วโมง หลังจากนั้นแต่ละวันก็ให้เพิ่มจำนวนขึ้น 0.5 c.c.
จนพอถึง 10 c.c. ต่อมื้อแล้วจึงหยุดเพิ่มปริมาณนม
ใน 1 วันลูกแมวควรได้รับนม หรืออาหาร 6-9 มื้อ
ในช่วง 2 สัปดาห์: ควรให้นม หรืออาหารลูกแมว
5-7 c.c. ต่อครั้ง
ในช่วง 3 สัปดาห์: จะเริ่มให้อาหารอ่อน 3 เวลาต่อวัน
และยังมีการให้นมจากขวดอยู่
ในสัปดาห์ที่ 4:  ลูกแมวควรได้รับน้ำนมจากขวด
4-6 ครั้งต่อวันร่วมกับอาหารอ่อน 4-5 ครั้งต่อวัน
ลดการให้อาหารช่วงกลางคืนลง
ในสัปดาห์ที่ 7: ลูกแมวจะเริ่มกินอาหารแข็งได้

          สัญญาณแรกของการเจ็บป่วยของลูกแมว คือ น้ำหนักลด น้ำหนักของลูกแมวจะเพิ่มขึ้น 50-100 กรัม
ต่อสัปดาห์ เมื่อลูกแมวอายุ 14 วัน น้ำหนักจะเพิ่มเป็น 2 เท่าของน้ำหนักแรกเกิด ถ้าลูกแมวน้ำหนักไม่เพิ่ม
ควรให้อาหารเพิ่มขึ้น

          ลูกแมวจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับน้ำนมน้ำเหลืองภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังจากคลอด
ซึ่งนมน้ำเหลืองเป็นนมที่ประกอบด้วยโปรตีนที่มีคุณสมบัติเป็นภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงช่วยป้องกัน
ลูกแมวจากการเจ็บป่วยได้ นมน้ำเหลืองจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ในช่วง 24-36 ชั่วโมงหลังจากคลอด
ถ้าลูกแมวยังไม่ยอมดูดนมเองให้พยายามจับหัวลูกแมวไปจ่อที่หัวนมแม่เพื่อให้ลูกแมวดูดนม โดยช่วงแรก
มันอาจจะดื้อบ้างนิดหน่อยแต่สุดท้ายแล้วมันก็จะยอมดูดนมเอง ผู้เลี้ยงต้องเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง
ในช่วงเวลา นี้จนกว่าเขาจะสามารถดูดนมได้เอง ในกรณีที่แม่แมวไม่สามารถเลี้ยงดูลูกแมวได้
ผู้เลี้ยงควรจะต้องหาขวดนม หรือไซริงค์ฉีดยาโดยหาไส้ไก่มาสวมตรงปลายเพื่อป้อนนมแทน

วิธีการให้อาหาร หรือป้อนนมลูกแมวแรกเกิดมี 2 วิธีด้วยกันคือ


    1.การป้อนโดยใช้ขวดนมการเลือกขวดนมจะต้องให้แน่ใจว่าขนาดของรูหัวนมใหญ่พอที่จะให้น้ำนม
ไหลอย่างสะดวก และจุกนมมีความนิ่มไม่แข็งเกินไป ควรจะอุ่นอาหารให้มีอุณหภูมิประมาณ 37 ํC
โดยทดสอบบริเวณข้อมือ หรือหลังมือจะรู้สึกอุ่นนั่นคืออุณหภูมิที่พอเหมาะ โดยท่าที่เหมาะสมคือ
ท่านอนคว่ำให้เหมือนกับลูกแมวนอนดูดนมในท่าธรรมชาติมากที่สุดและควรทำด้วยความระมัดระวัง
ไม่ควรจับลูกแมวหงายขึ้นเพื่อป้อนนมเพราะอาจจะทำให้ลูกแมวสำลักนมเข้าสู่ปอด และทำให้ปอดติดเชื้ออาจเป็น
อันตรายถึงตายได้ ขณะป้อนนมควรจะเอียงขวดนมเพื่อให้ในขณะที่แมวดูดนมจะไม่เกิดฟองอากาศขึ้น และกระตุ้นการดูดนมของลูกแมวโดยการดึงขวดนมออกเบา ๆ ห้ามบีบขวดนมเพื่อเร่งการไหลของน้ำนม
โดยเด็ดขาด หากพบว่ามีฟองนมบริเวณปากของลูกแมวแสดงว่าลูกแมวอิ่มแล้ว และควรลูบหลังลูกแมวให้เรอ
ระหว่างให้นม และหลังให้นมโดยนำลูกผาดไหล่ ให้ตัวตั้งตรงและตบหลังเบาๆ ที่สำคัญผู้เลี้ยงอย่าดีใจว่า
ลูกแมวดูดนมจากขวดหรือจากการป้อนได้แล้วก็ป้อนเข้าไปเยอะๆ หรือบ่อยๆจนท้องป่อง หลังจากนั้น
ไม่นานลูกแมวก็เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ร้องด้วยความเจ็บปวดถ้าช่วยไม่ทันก็อาจตายได้ เพราะฉะนั้น
การป้อนนมต้องป้อนด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

     2.การป้อนโดยใช้หลอดอาหาร การให้อาหารแบบหลอดเหมาะกับแมวขนาดเล็ก อ่อนแอ และป่วย ซึ่ง
ไม่สามารถดูดนมได้ด้วยตนเอง วิธีนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เลี้ยงจะต้องมีความชำนาญ และรู้วิธีการทำอย่างถูกต้อง
เพราะหากทำไม่ถูกวิธีอาจจะทำให้เกิดภาวะปอดบวมเนื่องจากการสำลักอาหารจนลูกแมวเสียชีวิตได้
โดยมีวิธีการดังนี้ให้ใช้หลอดสำหรับให้อาหารสัตว์เลี้ยงโดยมีขนาดที่เหมาะสม หลังจากนั้นให้วัดระยะ
ความยาวจากกระดูกซี่โครงซี่สุดท้ายจนถึงปลายปาก และทำเครื่องหมายเอาไว้ แล้วอุ่นอาหารให้มีอุณหภูมิที่
เหมาะสม จากนั้นหล่อลื่นหลอดอาหารด้วยน้ำที่จะให้แก่ลูกแมว จับลูกแมวให้อยู่ในระดับตั้งตรง สอดหลอด
อาหารให้หลอดอาหารอยู่บนลิ้นดันหลอดอาหารจนกระทั่งถึงจุดที่วัดระยะไว้แล้วค่อยฉีดอาหารเข้าทางหลอด
อาหารอย่างช้า ๆ

 

 
ถนนเพชรเกษม ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77110
โทรศัพท์ 032-527605 - 8 โทรสาร 032-527595 E-mail : huahin@ku.ac.th